บก.น.7ผุดโครงการปังๆ จับสายตรวจติวเข้มต่อสู้ ช่วยชาวฝั่งธนฯให้อุ่นใจ
กะฉ่อนวาไรตี้

photodune-2043745-college-student-s

สดจากสนามข่าว

อดิศร จิตตเสวี เรื่อง/ภาพ

สถิติปัจจุบันพบว่า การเข้าจับกุมคนร้ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละครั้ง มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะถูกคนร้ายต่อสู้ขัดขืน โจรมืออาชีพพวกนี้แทบไม่มีความลังเลที่จะเปิดฉากโจมตีใส่เจ้าหน้าที่ก่อนอย่างรุนแรง เพื่อขัดขวางการจับกุมและหลบหนี หลายครั้งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหรือถึงกับเสียชีวิต ก็มีข่าวให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

พล.ต.ต.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช ผบก.น.7 จึงผุดโครงการ SMART POLICE ขึ้น จากแนวความคิดที่ให้สถานีตำรวจในสังกัด บก.น.7 มีความพร้อมในการปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งให้ความช่วยเหลือประชาชนในด้านต่างๆ โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รอง ผบก.น.7 เป็น ผู้ดำเนินการ

“โครงการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนพกต่อสู้ในระยะประชิด” ของ สน.ธรรมศาลา ก็เป็นหนึ่งในโครงการ SMART POLICE โดยเน้นไปที่การฝึกซ้อมทางยุทธวิธีตำรวจ การใช้อาวุธปืนพกต่อสู้ในระยะประชิด รวมทั้งการปฐมพยาบาลเบื้องต้น จากเหตุเพลิงไหม้และภัยอื่นๆ

พ.ต.อ.ภูมิธัช โฆษิตวนิชพงศ์ ผกก.สน.ธรรมศาลา ร่วมผสานแนวความคิดกับ พ.ต.ท.กฤต วงษ์อินทร์ รอง ผกก.ป. โดยมีภาคเอกชนที่เห็นความสำคัญของโครงการดังกล่าว เข้าร่วมให้การสนับสนุน อาทิ นายวรพล กุลชัยรัตนา เจ้าของสนามยิงปืนบางบัวทอง และ นายฐิตินันท์ เตะชะสุริยะมณี หรือ ครูบอย พร้อมคณะครูฝึกยิงปืนทีมชาติหลายๆ ท่าน เป็นต้น

ผู้กำกับภูมิธัชเผยว่า ปัจจุบันการก่อเหตุอาชญากรรมของคนร้ายมีหลากหลายรูปแบบ มีแนวโน้มต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างรุนแรง ประกอบกับคนร้ายมีการฝึกฝนและใช้อาวุธปืนที่มีประสิทธิภาพ อาจทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บหรือ เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ขึ้นได้

ดังนั้นจึงจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ธรรมศาลา จะต้อง เตรียมตนเองให้พร้อมเพื่อให้สมกับการเป็น SMART THAMMASALA POLICE ตามโครงการ SMART POLICE ของ พล.ต.ต.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช ผบก.น.7 และพ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รอง ผบก.น.7

อาศัยฤกษ์ดีวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2559 เริ่มเปิดตัวโครงการ โดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. มาเป็นประธานพร้อมร่วมชมการสาธิตการจับกุมตัวคนร้ายในลักษณะต่างๆ อีกทั้งยังลงมือทดลองใช้เครื่องมือจับงูด้วยตัวเอง

ขณะที่ทางพล.ต.ต.อุทาสินกล่าวถึงรายละเอียดและวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ว่า “โครงการฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนต่อสู้ในระยะประชิด” จะเกิดประโยชน์กับประชาชนโดยแท้ ด้วยสถานภาพอาชญากรรมในปัจจุบันมีแนวโน้มการเกิดอาชญากรรมสูงขึ้น และพฤติกรรมของคนร้ายมีความรุนแรงมากขึ้น มีการใช้อาวุธและต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกปฏิบัติหน้าที่หรือเข้าระงับเหตุมีความเสี่ยง และอาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

โดยเฉพาะงานป้องกันปราบปราม มีหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเป็นหน่วยงานแรกต้องเผชิญหน้ากับคนร้าย เนื่องจากต้องไประงับเหตุตามที่ได้รับแจ้ง หรือตามที่ได้ตรวจท้องที่และพบประสบเหตุร้าย

1

เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีทักษะในการใช้อาวุธปืนประจำกาย เพื่อต่อสู้กับคนร้ายและป้องกันตนเองจากคนร้าย ดังนั้นงานป้องกันปราบปราม จึงจัดทำโครงการ “ฝึกอบรมการใช้อาวุธปืนต่อสู้ในระยะประชิด” ขึ้น โดยเริ่ม จากให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องมีความสามารถใช้อาวุธปืนได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะ ประสบการณ์ทางยุทธวิธีตำรวจ เกี่ยวกับการใช้อาวุธปืน และการยิงปืน

ผู้เข้ารับการฝึกอบรม จะเกิดความมั่นใจและลดการสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และปกป้องประชาชน ผู้บริสุทธิ์ได้อย่างมืออาชีพ

3

โครงการอบรมครั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตรจำนวน 4 นาย ระดับรองสารวัตรจำนวน 8 นาย และระดับผู้บังคับหมู่อีกจำนวน 28 นาย เข้ารับการฝึกอบรม แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 20 นาย รวมจำนวน 40 นาย โดยใช้สนามยิงปืนบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เป็นสถานที่ฝึกอบรม

ในการอบรมจะมีครูฝึกสอนเกี่ยวกับการใช้อาวุธปืนอย่างถูกต้อง และจำลองเหตุการณ์ให้กับทางเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการฝึกอบรม แบ่งเป็นฝึกอบรมภาคทฤษฎีและทดสอบอาวุธปืน 3 ชั่วโมง ภาคปฏิบัติ 3 ชั่วโมง เนื้อหาคร่าวๆ จะเน้นที่ กฎและความปลอดภัยในการยิงปืน ท่ายิงปืนและการยิงปืนในระบบมาตรฐานสากล ฝึกปฏิบัติโดยการจำลองเหตุการณ์

ผบก.น.7 เผยต่อว่า สำหรับผลที่ตามมา คือผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้อาวุธปืนได้อย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ มีพัฒนาทักษะในการใช้อาวุธปืน และการยิงปืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่และใช้อาวุธปืนได้อย่างถูกต้อง สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย และปกป้องผู้บริสุทธิ์ได้อย่างมืออาชีพ

ดูให้ดีโครงการนี้มีประโยชน์ ไม่เฉพาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าอบรมเท่านั้น ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ก็ได้ประโยชน์ด้วย เพราะเมื่อเจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนก็ย่อมได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุดด้วยเช่นกัน