ข่าวเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย: เมื่อ "ข้อมูล" และ "ปัญญาประดิษฐ์" กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม - kachon.com

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย: เมื่อ "ข้อมูล" และ "ปัญญาประดิษฐ์" กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม
กะฉ่อนวาไรตี้

photodune-2043745-college-student-s

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย: เมื่อ "ข้อมูล" และ "ปัญญาประดิษฐ์" กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของสังคม

โดย ดร.ณัฐวุฒิ ปิ่นทองคำ รองนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการดิจิทัล (Digital Technology Entrepreneur Association : DTE)

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างคำถามสำคัญต่อทุกภาคส่วนว่า ประเทศไทยจะใช้เทคโนโลยีอย่างไรเพื่อทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น

หลายครั้ง เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เรามักย้อนกลับไปตั้งคำถามว่า "หากรู้เร็วกว่านี้" หรือ "หากประสานงานได้เร็วกว่านี้" ความสูญเสียจะลดลงหรือไม่

คำถามเหล่านี้สะท้อนว่า ความท้าทายในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การขาดเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ความปลอดภัยในศตวรรษที่ 21 คือ "Data-driven Safety"

ในอดีต การรักษาความปลอดภัยอาศัยประสบการณ์และการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ แต่ปัจจุบัน ประเทศชั้นนำกำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อช่วยคาดการณ์ วิเคราะห์ และสนับสนุนการตัดสินใจ

ข้อมูลจากระบบขนส่ง การจราจร สภาพอากาศ โรงพยาบาล เหตุฉุกเฉิน ระบบสื่อสาร และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สามารถถูกรวบรวม วิเคราะห์ และส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ภายในไม่กี่วินาที

เมื่อข้อมูลทำงานร่วมกัน การบริหารจัดการเหตุการณ์ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น

AI ไม่ได้มีไว้แทนคน แต่ช่วยให้คนตัดสินใจได้ดีขึ้น

ปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบันสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่มนุษย์ไม่สามารถประมวลผลได้ทันเวลา

AI สามารถช่วยตรวจจับความผิดปกติ วิเคราะห์แนวโน้มของเหตุการณ์ ประเมินความเสี่ยง และจัดลำดับความเร่งด่วนของเหตุฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่

เทคโนโลยีจึงควรถูกมองว่าเป็น "ผู้ช่วย" ที่ทำให้บุคลากรทำงานได้รวดเร็ว แม่นยำ และมีข้อมูลประกอบมากขึ้น ไม่ใช่เครื่องมือที่เข้ามาแทนที่มนุษย์

การสื่อสาร คือหัวใจของการรับมือวิกฤต

ในหลายเหตุการณ์ ความล่าช้าไม่ได้เกิดจากการขาดข้อมูล แต่เกิดจากการที่ข้อมูลไปไม่ถึงผู้ที่ต้องตัดสินใจ

เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน แพลตฟอร์มข้อมูลกลาง หรือระบบบริหารเหตุการณ์แบบดิจิทัล สามารถเชื่อมโยงหน่วยงานหลายแห่งให้เห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การตอบสนองเป็นไปในทิศทางเดียวกันมื่อทุกฝ่ายรับรู้สถานการณ์พร้อมกัน การช่วยเหลือประชาชนก็จะรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยต้องรวม Cyber และ Physical เข้าด้วยกัน

โลกดิจิทัลทำให้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศเชื่อมโยงถึงกันมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ระบบบริการสาธารณะ โรงพยาบาล สนามบิน ระบบคมนาคม พลังงาน หรือการเงิน ต่างต้องอาศัยความมั่นคงปลอดภัยทั้งในโลกกายภาพและโลกดิจิทัล

การออกแบบระบบในอนาคตจึงต้องคำนึงถึง Cyber Resilience ควบคู่กับ Public Safety เพื่อให้ประเทศสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในภาวะวิกฤต

ประเทศไทยควรสร้าง National Public Safety Platform

ประเทศไทยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยจำนวนมาก แต่ข้อมูลยังคงกระจัดกระจายอยู่ในหลายระบบ

ถึงเวลาแล้วที่เราควรมี National Public Safety Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลจากทุกภาคส่วน ภายใต้กฎหมายและหลักธรรมาภิบาลที่ชัดเจน เพื่อให้การวิเคราะห์สถานการณ์ การแจ้งเตือน และการบริหารเหตุฉุกเฉินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แพลตฟอร์มดังกล่าวไม่ใช่การรวมข้อมูลเพื่อควบคุมประชาชน แต่เป็นการใช้ข้อมูลอย่างรับผิดชอบเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

เทคโนโลยีที่ดี ต้องสร้างความไว้วางใจ

การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนเชื่อมั่นว่าข้อมูลจะได้รับการคุ้มครอง มีความโปร่งใส และถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ

นั่นหมายความว่า นอกจากการลงทุนใน AI, Cloud, IoT หรือเครือข่ายดิจิทัลแล้ว ประเทศไทยยังต้องลงทุนในมาตรฐาน จริยธรรม กฎหมาย และการพัฒนาทักษะของบุคลากรควบคู่กันไปจากการตอบสนอง สู่การป้องกันเชิงรุก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ควรเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยมองความปลอดภัยในมิติใหม่

ไม่ใช่การลงทุนในอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศของเทคโนโลยีที่สามารถ คาดการณ์ แจ้งเตือน ประสานงาน และตอบสนอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในฐานะรองนายกสมาคมการค้าผู้ประกอบการดิจิทัล ผมเชื่อว่า อุตสาหกรรมดิจิทัลของไทยมีศักยภาพที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่สังคมที่ปลอดภัยและยั่งยืน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ

เพราะ "ความปลอดภัย" ในอนาคต จะไม่ได้วัดจากจำนวนอุปกรณ์ที่เราติดตั้ง แต่จะวัดจากความสามารถของประเทศในการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนได้อย่างทันท่วงที

 

หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอทคอม ชาย by กะฉ่อน รายงาน