ข่าวคนสมุทรสาคร กว่า 200 ครัวเรือน สุดคึกคัก.. รอลุ้นเงินเยียวยาจากภาวะโควิด - 19 และปูเสื่อรอที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน - kachon.com

คนสมุทรสาคร กว่า 200 ครัวเรือน สุดคึกคัก.. รอลุ้นเงินเยียวยาจากภาวะโควิด - 19 และปูเสื่อรอที่ดินทำกินเพื่อการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน
กะฉ่อนวาไรตี้

photodune-2043745-college-student-s

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564 เวลา 13.30 น. ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลบางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นจังหวัดแรกเริ่มที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายล็อคดาวน์ ป้องกันเชื้อโควิด – 19 ระบาดไปยังพื้นที่อื่น ส่งผลให้พี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ประสบปัญหาขาดรายได้ ขาดสภาพคล่อง ลำบากขาดแคลนไปทั่ว กระทั่งได้ตั้งตัวแทนเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากทางรัฐบาล ผ่านการขับเคลื่อนของกลุ่ม “รักเมืองไทยแห่งสุวรรณภูมิ” ที่ต้องการได้รับเงินเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวละ 10,000 บาท จากผลการประกาศนโยบายปิดเมืองสมุทรสาคร

โดยก่อนหน้านี้ นายสุขุม วงประสิทธิ ผู้ช่วย ฯพณฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 22 / หัวหน้าคณะสนองปณิธาน 4 ประการ / รักษาการ หัวหน้ากลุ่มรักเมืองไทยแห่งสุวรรณภูมิ / ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท พรหมชีวา จำกัด ได้รับหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน จ.สมุทรสาคร เพื่อประสานต่อไปยังหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในการขอเงินสนับสนุนช่วยเหลือเยียวยา ชาวบ้าน ผู้ประกอบการ ทั้งยังเคยลงพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อเยี่ยมเยือน สร้างขวัญกำลังใจ พร้อมมอบยาสมุนไพรโอสถธรรม ให้กับเจ้าหน้าที่พนักงานโรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อช่วยบำรุงสุขภาพปอดต่อสู้โควิด – 19

กระทั่งล่าสุดชาวบ้านพี่น้องประชาชนคน จ.สมุทรสาคร ได้ถือโอกาศประชุมเพื่อสอบถามถึงความคืบหน้า ในคราวเดียวกันกับที่ได้ลงรายละเอียดยืนยันตัวตันเพื่อขอรับสิทธิ์ในโปรแกรมสรรหาที่ดินเพื่อการเกษตรให้กับชาวบ้าน ซึ่งในครั้งนี้มีชาวสมุทรสาครกว่า 200 ครัวเรือนให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก โดยมี นายกฤตกร แซ่เอี๋ยง สจ. จ.สมุทรสาคร พร้อมด้วย ปลัด อบต. บางกระเจ้า นายพงษ์เลิศ วงศ์จิตสุทา และ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 นายชูชาติ ธรรมพิทักษ์เดช และ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 นายสมพงษ์ เหลือขมิ้น เข้าร่วมประชุมหารือสังเกตการณ์

โดยมี นายสุขุม วงประสิทธิ เป็นผู้เข้ารับฟังข้อร้องเรียน คำซักถาม ของชาวบ้าน พร้อมตอบคำถามและอัพเดทความคืบหน้า ในกระบวนการขอความช่วยเหลือเงินเยียวยา ในตอนท้ายยังให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ในกรณีการจัดสรรที่ดินทำกินเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องคนไทยที่ยับไม่มีแม้ที่ทำกินเป็นของตนเอง

“ประเด็นหลักๆ ที่ผมเข้าพบกับพี่น้องชาวสมุทรสาครในวันนี้ คือเรื่องของการติดตามในกรณีความคืนหน้าเงินช่วยเหลือเยียวยาจากภาวะโควิด – 19 ซึ่งจะดำเนินการออกเอกสารเพิ่มเติมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบอีกครั้ง โดยผมยังยืนยันที่จะช่วยผลักดันให้พี่น้องชาวบ้าน รวมถึงผู้ประกอบการน้อยใหญ่ ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ควรได้รับความช่วยเหลือในกรณีนี้อย่างจริงจังและเร่งด่วน ลำดับถัดมาในเรื่องของการจัดสรรที่ดินทำกินทางการเกษตรให้กับคนไทยที่ยังไร้ที่ทำกิน ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ต้องเร่งรัดให้เกิดขึ้นอย่างโดยเร็ว เพราะไม่ว่า กระทรวงกลาโหม กระทรวงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยภาครัฐมีที่ดินจากพื้นป่าเสื่อมโทรม ตาม พรบ.ป่าไม้แห่งชาติ พรบ.อุทยาน พรบ.ป่าชุมชนมแห่งชาติ พ.ศ.2562 ที่ราชการครอบครองไว้ ซึ่งเป็นที่ดินว่างเปล่าจำนวนมาก สามารถนำมาสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวไทยได้ ประการสุดท้าย การที่องค์กรเอกชนที่เป็นภาคีเครือข่าย ในการเข้าร่วมผลักดันโครงการต่างๆ เพื่อพี่น้องเกษตรกรชาวไทย ให้สามารถเดินหน้าต่อยอดแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพัฒนาโครงการครัวไทยสู่ครัวโลกอย่างเต็มรูปแบบ อาทิการผลักดันโครงการ"อิ่มท้อง สมองดี" โครงการข้าวใหม่ปลา โครงการนวัตกรรมบ่อน้ำมหัศจรรย์ทูอินวัน โครงการธนาคารโคกระบือ โครงการตลาดแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ จะสร้างเอกภาพในการบริหารจัดการให้เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี” นายสุขุม วงประสิทธิ เปิดเผยถึงข้อมูลต่อผู้สื่อข่าว

ซึ่งแนวทางและกรอบการทำงานจากหัวหน้าคณะสนองปณิธาน 4 ประการ ยังคงยึดโยงเป็นหนึ่งเดียวไม่เปลี่ยนแปลงจากปณิธานของ ฯพณฯ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรัฐมนตรี คนที่ 22 อันได้แก่ 1. เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน 2. ยกพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาเอกของโลก 8,000 ปี และให้ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 3.ถวายความจงรักภักดีพระบรมราชจักรีวงษ์ 4. พัฒนาคนไทยให้มีอายุขัย 120-160 ปี ด้วยสมุนไพรโอสถธรรม เพื่อพัฒนาบ้านเมือง สู่ความมีสันติ มั่นคง ยั่งยืน ด้วยยึดหลักสำคัญที่ว่า “เพราะ...ประชาชนคือหัวใจ”

“และไม่ใช่แค่เพียง กลุ่มรักเมืองไทยแห่งสุวรรณภูมิ หรือ บริษัท พรหมชีวา จำกัด เพียงเท่านั้นที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของปากท้องพี่น้องประชาชน ล่าสุดสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนหนึ่งในภาคีเครือข่าย ก็นำร่องจัดทำโครงการ “อิ่มท้อง สมองดี” ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการจัดหาพื้นที่ทำกินให้เกษตรกรและพี่น้องคนไทย ที่อยู่ในสภาพว่างงาน จากภาวะโควิด – 19 ได้กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเดิม หันกลับไปสนใจในภาคการเกษตร อันเป็นอาชีพเดิมของบรรพบุรุษ ภายใต้แนวคิด “สร้างครัวไทย สู่ครัวโลก” ด้วยการพัฒนาการเกษตรจากนวัตกรรม และ การบูรณาการองค์ความรู้ โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณกว่า 100,000 ล้านบาท เพื่อให้โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม” หัวหน้าคณะสนองปณิธาน 4 ประการ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเป็นการทิ้งท้าย

 

หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอทคอม  ชาย by กะฉ่อน  รายงาน